วันอาทิตย์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2552

บุญคุณพ่อแม่

…โอนอ บุญคุณพ่อแม่นี้หนักกว่าสิงขร
อันภูเขาเลากากะเปรียบปูนบ่มีได้
ปัญญาไวความฮู้บุญคุณพ่อแม่เฮาเด่
เพิ่นเอาแพรผ้าตุ้มเฮานี้จั่งใหญ่มา
จนว่าเฮาแก่กล้าเป็นหนุ่มหรือสาว
พอเถิงคราวความดีแต่งปูนแปลงให้
เพิ่นได้แนมหาไว้ ไผเดนอ สิมาเป็นคู่ลูกเฮาเด
พอได้มาสืบสร้างแทนเชื้อสืบสกุล
จำไว้เดอหนุ่มน้อยน้องนุ่งทารกา
ยามเมื่อเลาโกรธาอย่าต่อคำให้วายวุ่น
คิดถึงคุณเลาเลี้ยงถนอมมาแต่ยังอ่อน
ถึงยามหลับยามนอนพากันเก็บดอกไม้บูชาไหว้พ่อแม่เฮา..

tag: ผญาก้อม กลอนอีสาน ผญาอีสาน บุญคุณพ่อแม่ ข้อเตือนใจ
--------------------------------------------------------------------------------
ความเสื่อม

ตกมาเถิงปีสองพันห้าชาวประชาเป็นอันต่าง
พากันย้ายย่างเข้าเลงเป้าสู่ตาราง
อย่าพากันหนีให้วัดฮ้างไปอยู่ตารางใหญ่แออัด
ให้พากันเข้าวัดฟังธรรมพุทธโคดมเจ้า
อย่าได้มัวเมาแน่นมัวเมากุมกะม่อมหลายถ่อน
ให้ได้หาต่อนซิ้นพระธรรมไว้แว่นแงง
อย่าได้ลืมฮีตเค้าตามฝรั่งเขาหลาย
จักว่าเขาเว้าหยังฮักพากันไปแอ่นฟ้อน
ส่วนว่าเพลงไทยแท้หมอลำเฮาแต่กี้เก่า
สั่งสิมาเภท์ม้าง มะรางถิ่มเปล่าดาย แท้เด่

ศีล 5
ข้อที่หนึ่งนั้นอย่าทำบาปปาปปัง
ชาติที่หมู่ปาณาให้ละเวรสินำต้อง
ข้อที่สองว่านั้นอทินนา อย่าใจง่ายตืนมือสงบเสงี่ยมไว้อยากได้กะซ่างตาม
ข้อที่สามว่านั้นกาเม มั่นเที่ยง ผัวเมียเดียวท่อนั้นเฮ็ดได้แม่นดี
ข้อที่สี่ มุสาเว้าตั่วหล่ายมาย ห้า สุรามึนเมาอย่าสิมีมาไกล้
แม่นผู้ใด๋ฮักษาไว้บ่มีทางดอกตกต่ำ แม่นสิดำปานกากะว่างามควรย่อง

คำว่าศีล ๆ นี้ มีคุณยศยิ่ง หาสิ่งเปรียบบ่ได้ ศีลพระเจ้าหน่อพุทโธแม่นว่าเงินคำแก้วพลอยนิลพิฑูลรา ช ชาวโลกสมมติไซรัยังบ่ล้ำท่อศีล ศีลนี้วิเศษล้นเกินกว่าเงินพลอย บ่ห่อนมีราคาเปรียบปุนปานได้ ศีลพระจอมไตรแก้วดีจริงท่านกล่าว เป็นผู้สาวแห่งโก้ถือได้แห่งดี ถึงสิมีวัยน้อยรักษาศีลก็คือใหญ่ ฝูงหมู่นักปราชญ์เจ้าทั้งค่ายว่าดี ฯ
ผู้เพิ่นมีศีลนั้นผิวพรรณผุดผ่อง มีกลิ่นหอมห่วงเฮ้าเสมอคู้แก่จันทร์ ทั้งเล่าอัศจรรย์ด้วยหอมไปได้ทุกท่า บ่ว่าเหนือและใต้หอมเท่าทั่วทะลัง บ่คือจันทร์และคู้หอมชั่วยามดม หอมแต่ยามลมพัดกลิ่นละอองมาต้อง ศีลนั้นหอมไปได้ทวนลมบ่เลือกช่อน ขจรไปทั่วด้าวไกลใกล้ก็ส่งเถิง

คุณของการสำรวมศีล ๕

ปาณานั้นให้มีความสังเวช เจตนางดเว้นเวรกรรมอาฆาต บ่กระทำหยาบชาปองฆ่าท่านผู้ใด๋
กรุณาสัตว์เชื้อเสมอโตสังเวช บ่ได้คิดจองล้างหมายม้างทุบตี มีแต่หวังดีด้วยวางตนเสมอภาค คิดรักใคร่เสมอแก้วหน่วยตา ชาติสิมาภายหน้าอายุยืนยาวยิ่ง เลาคิงกลอมอ่อนเกี้ยงเพียงพร้อมเผ่าผิว
อทินนาเว้นเงินทองของผู้อื่น อย่าได้ลักลอบลี้ลวงล้อหลอกกิน เกรงแต่ความหมองเศร้าเสียศีลบ่บังอาจ เจตนางดเว้นเห็นได้บ่เอา ชื่อว่าของเขาแล้วแนวได๋บ่ได้ว่า ราคาสูงทั่วฟ้าบ่มีล้ำล่วงศีล
กาเมนั้น อย่าได้เชยชมซ้อนเมียขวัญท่านผู้อื่น บลื่นคลองพระเจ้าสิกขาข้อเพิ่นสอน แม่นว่าก้ำฝ่ายเบื้องพวกหมู่คนหญิง บ่ทะยานเกิดคลองเสพชายทางฮ้าย มีแต่ยินดีด้วยดอมผัวเท่าชั่ว อย่าได้สมเสพซ้อนทะลอนเลี้ยวเรื่องกาม
มุสาวาทนั้น พระจอมธรรม์ท่านกล่าว อย่ามีความโลภล้าวหมายล้อล่ายพราง ยามสิปากก่อนต้านให้คิดอ่านหาสัตย์ ให้มันจริงมันจังจึงค่อยนำมาเว้า ไผผู้ปฏิบัติได้ในศีลองค์ที่ ๔ ผลสิมีมากล้ำคำเว้าก็อ่อนหวาน ชาติสิมาภายหน้าอานิสงส์นำส่ง มีคนเคารพย้านบ่พาลล้อหลอกลวง
สุราองค์ที่ ๕ ผลาแฮงสิแจ้งต่อ ไผผู้สัตย์ซื่อตั้งบ่ประมาทคลองศีล บ่ดื่มกินของเมาให้เก่าคลองศีลสร้อย ว่าแต่เขาเมาแล้งแนวใด๋ปราศจาก สุรายาฝิ่นเหล้าเซาเว้นได้เด่นจริง รักษาศีลคงมั่นวันคืนบ่ได้วิ่นของกินพระเจ้าห้ามบ่ลา มล้นล่วงเกิน ชื่อว่าสุราเหล้าของเมาบ่ดูดดื่ม อานิสงส์ชาตินี้คนย้องนับถือ ชาติสิมาภายหน้ามีปัญญาอันกล้ากลั่น ความฉลาดเลิศล้ำฤทธิ์ล้นลื่นคน

โทษของการไม่สำรวมศีล ๕

โทษของการปองฆ่าปาณาก็ปาบใหญ่ เกิดไปในชาติหน้าบ่คือบ้านหมู่เขา จักมีคนปองฆ่าของเวรอาฆาต ทั้งเหล่าฮูปฮ่างฮ้ายกายเศร้าหม่นหมอง บางพ่อตาบอดใบ้ หูหนวก ขาหัก ผูงหมู่โรคาเคราะห์เฮาะโฮมโฉมฮ้าย คันว่ามีของใช้วัวควายก็แสนยาก มีแต่พวกเข้าต้องตายล้มมุ่นวาย อันนี้เป็นกรรมฮ้ายปาณาข้อที่ ๑ ฯ
อทินนาข้อที่ ๒ พระเจ้ากล่าว ของที่เขาห้ามหวงไว้อย่าลักเอา ไผบ่กลัวเกรงย้านเวรกรรมสินำตอบชาติสิมาข้างหน้าความ ไฮ้สิแล่นเถิง ผลของการขโมยสนองกรรมใช้ มีแต่ความทุกข์ไฮ้ขอข้าวเพิ่นกิน คันว่ามีของใช้แนวใด๋บ่ประกอบ มีแต่โจรผู้ร้ายหมายท่าลักเอา ฯ
องค์ที่ ๓ ไปหน้ากาเมพระเจ้ากล่าว บ่ได้สมเสพซ้อนเมียแก้วเพิ่นหวง ไผผู้ลุล่วงพ้นบังอาจองค์ศีล กรรมสิติดตอบตามจ่องเวรเวียนใช้ เกิดไปในภาคหน้าเวรกรรมสินำส่ง จะมีผิดผางเสร้าหมองมั่วชั่วทราม ฯ
องค์มุสาวาทนั้น ไผผู้อำพรางเลี้ยววาจาลวงหลอก ชาติสิมาข้างหน้าความเว้าบ่ขลัง ทั้งบ่มีผู้ย้านถือเชื่อฟังคำ แม่นสิจาคำจริงก็ช่างตามคำแล้ว อันว่าโทษของข้อมุสาวาทมีมาก โทษหนึ่งปากถืกแท้จาเว้าบ่เป็น โทษหนึ่งปากเหม็นฮ้ายปานผีตายซาก โทษหนึ่งปากเปื่อยเป้เพขึ้นฮอดดัง โทษหนึ่งคนชังนินทาดูหมิ่น เพราะคำเจ้าปลอกปลิ้นตามให้ส่งผล คันว่าตายไปนั้น ตกอยู่ในนรก เสวยเวทนาทุกข์หมื่นปีแสนฮ้อน ฯ
สุราองค์ที่ ๕ ของเมาพระเจ้ากล่าว ไผผู้สมเสพเข้ากรรมนั้นสิส่งนำ ชาติสิมาภายหน้าพาตนให้ตกต่ำ กรรมเพราะกินเหล้านี้แสนฮ้ายกว่าสู่อัน ตายแล้วลงไปไหม้ในอบายแสนแสบ ตกนรกเดือดฮ้อนในหม้อหมื่นปี ยมบาลเอาน้ำทองแดงกรอกใส่ พอแต่ไหลฮอดท้องพงไส้ก็เปื่อยเพ ฯ

วันเสาร์ที่ 28 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

ข้อเตือนใจ คนอีสาน

พอเมื่อแสงสูรย์ขึ้นสุริโยพ้นพุ่งมาแล้ว
ฝูงหมู่ไก่ผู้โจ้นโตนเต้นเคี่ยนคอน
ฟังยินปุงปุงก้องโปงปู่ยาครูพุ้นเดอ
ระงมเสียงตีม่วนยินยามเช้า
สุริโยขึ้นแสงทองแจ้งส่อง
สีเมฆฟ้าแดงล้อมเหลี่ยมเขา
เลาะเลียบต้านตีนตาดแถวภู
ดูเขาคดเมฆฮวายฮ่ำไม้
ใบตองต้องแสงทองซ้อยซื่น
ฝูงหมู่ดวงดอกไม้บานห้อมหื่นหอม
เลาะเลียบบ้านอารามใหญ่ยาครู
มีหมู่รุกขาสูงมากมูลมวลพร้อม
เทิงหมู่สาขาไม้ผลผลาดวงดอก
เฮืองเฮื่อก้านเป็นถั่นถี่ถัน
ฟังเสียงเรไรฮ้องแมงอีจักกะจั่น
เสียงสะนั่นก้องระงมทั่วอาราม
ฝูงหมู่สักกุณาผ้ายบินบนเบ็ดใส่
กินหมากไม้แลงเช้าชื่นชม
ฟังยินเสียงทม ๆ ก้องภูมรินเผิ้งภู่
วู่ ๆ บินสอดแส้วซมกลั่วกลิ่นละออง
พอเมื่อตื่นฮุ่งเช้ามื้อใหม่มาเถิง
ฝูงหมู่สังโฆครองเครื่องสงฆ์ทรงเอ้
ดูเหลืองเลื่อมแวววาววาดค่อง
ครองพระพุทธเจ้าสงวนไว้บ่วาง
เถิงเมื่อตื่นฮุ่งเช้าเทียวโผดฝูงสัตว์
ภิกขาจารจรเที่ยวไปตามบ้าน
เอาแต่ศรัทธาเชื้อเต็มใจเขาสิใส่
ไผอยากขึ้นเมืองฟ้าเขานั้นหากสิทาน
อันว่าบิณฑบาตนั้นครองชอบของสงฆ์
ไผผู้ทรงธรรมหนักบ่มีวันเว้น
มีแต่อดสาสู้เทียวไปหาโผด
โปรดหมู่สัตว์ขึ้นฟ้าบ่มีเว้นแต่ละวัน

ยามเมื่อเจ้าหนุ่มน้อยให้ฮีบอ่ำเฮียนคุณ
ยามเมื่อบุญเฮามีสิใหญ่สูงเพียงฟ้า
ไปภายหน้าสิหาเงินได้ง่าย
ไผผู้ความฮู้ตื้นเงินล้านบ่แกว่งถุง
ไผผู้มีความฮู้เฮียนเห็นมามาก
บ่ห่อนทุกข์ยากเยิ้นภายท้ายมื้อลุน
สิได้เป็นขุนขึ้นครองเมืองตุ้มไผ
สิได้เป็นใหญ่ชั้นแนวเชื้อชาตินาย
อันว่าเงินคำแก้วไหลมาเอ้าอั่ง
มีแต่มูลมังได้สินสร้อยมากมี
เทิงเสื้อผ้าแฮอ่อนไหมคำ
ยูทางจำศีลทานอยู่สบายเบาเนื้อ
ไผผู้มีความฮู้เฮียนเห็นมามาก
บ่ห่อนทุกข์ยากเยิ้นภายท้ายมื้อลุน

คันสิเข้านอนกะให้เก็บคันธชาติเชื้อดวงดอกบุปผา
มาบูชาพระยอดคุณจอมเจ้า
บูชาเฒ่าคุณพ่อแม่และคุณยายย่าเฒ่า
บูชาคุณพระพุทธเจ้าพระธรรมพร้อมพร่ำสงฆ์
เทียนธูปไต้ตกแต่งตามมี
เองชุลีนบบ่ไลลืมเว้น
ยามสิเนานอนนั้นคะนิงคุณพ่อแม่
คุณอียายย่าเฒ่าคุณเจ้าแต่ประถม
คุณพระโคดมเจ้าองค์พุทโธยอด
เทียนธูปไต้บูชาแล้วจั่งนอน

บาปบุญ

เพิ่นว่าบุญ ๆ นี้ บ่มีไผปันแจก
มันแหกออกบ่ได้คือไม้ผ่ากลาง
เพิ่นจั่งให้ทำบุญสร้างศีลทานตกแต่ง
สิได้ใสจั่งแก้วมื้อหน้าสิฮุ่งเฮือง
สิได่เป็นขั่วข้ามสาครม่มฝั่ง
สิได้บังเกิดก้ำนิพพานพุ้นสว่างเวร
อันนี้เป็นบุญแท้ของเฮาให้ตั้งตอ
คันว่าบุญบ่ให้เขาสิใช้ตั้งแต่เฮา
บุญมีได้เป็นนายใช้เพิ่น
คันแม่นบุญบ่ให้เขาสิใช้ตั้งแต่เฮา
คอยแต่บุญมาค้ำบ่ทำการมันบ่แม่น
คอยแต่บุญส่งให้มันสิได้ฮ่อมใด๋
คือจั่งเฮามีข้าวบ่เอากินมันบ่อิ่ม
มีลาบคันบ่เอาข้าวคุ้ยทางท้องกะบ่เต็ม
อันนี้ขอกล่าวเว้าให้คิดฮ่ำในทรวง
ให้ค่อยตวงใจจิตฮ่ำคนิงนำก้น

มีแต่พันธ์แต่เกี้ยวเกาะเกียวกุมกัน
มีแต่พันธนังติดต่อกันบ่มีแล้ว
เพิ่นว่าสงสารนี้วนเวียนผลัดเปลี่ยน
มีแต่เวียนแต่เกี้ยวคือล้อรถยนต์
บ่มีไผหลีกพ้นเกิดแก่เจ็บตาย
มีแต่วนเวียนติดต่อกันบ่มีแล้ว
ไผผู้โมโฮฮ้ายโลภาพยาบาท
มีแต่อาฆาตซ้ำหง่ำไว้จ่องเวร
มันบ่มีทางเสี้ยงเวรกรรมเกาะเกี่ยว
เจ้าฆ่าข่อยข่อยฆ่าเจ้าเลิงเรื้อยบ่เซา
คือดั่งกากับนกเค้าบ่เข้าฮ่อมแกวกัน
หนูกับแมวบ่อยู่นำกันได้
หมีกับไม้พันธนังค้อป่า
จอนฟอนกับเห่าห้อมบ่มีมื้อถืกกัน
มีแต่อนตายต้องจองจำนำผูก
มีแต่ทุกข์อ้อยต้อยหนักหน้าบ่ถอย

วันศุกร์ที่ 27 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

อีสานบ้านเฮา

คิดฮอดเด่คิดฮอดบ้านเขตถิ่นดินอีสานเอานอ
ยากนำแต่ความขัดสนฑ์จั่งได้ไกลเมืองบ้าน
คนอีสานเฮานี้ทุกข์ทวีซ้ำตื่ม
ผื่นแผ่นดินแห้งแล้งพอปานแห้งแอ่งน้ำใจเด่ นอ….
เก้าสิแล้งสิบสิแล้ง ให้เพียรภายภาคภูมิสถานพุ้นเดอ
อันน้ำใจคนเฮาอีสานอย่าสุมียามแล้ง
ให้ฮักแพงพงษ์เชื้อเครืองเดียวอย่าหลุดหล่า
กรูณาอ้ายน้องให้เพียรซ้องซ่อยกัน
อย่าได้หมางเหมียนฮ้างอีสานคำน้องขอดแอ่ง
ขอดกะขอให้ขอดแต่อุแอ่งน้ำทางใจเจ้าอย่าขอดนำ
อีสานคำเฮาแห้งให้โฮมแฮงกันแต่ง
อีสานคำแห้งแล้งโฮมแฮงป้องซ่อยกัน
ให้เจ้ามาพาถ่อนอีสานเฮามาโฮมพวก
เชิญเจ้ามาเหนียงคั้นข้าวเหนียวปั้นซ่อยกัน
อันแนวนามข้าวเหนียวนั้นให้คือตังกับขี้สูด
ปั้นให้แข็งแก่นไว้ปานนั้นจั่งเผื่อพอ
อันแนวนามข้าวเหนียวกะเคยปั้นกินนำกันจ้ำกับแก่ว
คันได้เจียดข้าวจ้าวแล้วอย่าลืมเชื้อเส้นอีสานเฮาเด้ อ
อย่าได้ไลลืมก้ำอีสานคำก้ำบ้านเก่า
เสียงแคนดังอิ่นอ้อยถ้าคอยเจ้าให้ต่าวเมือ
เหลือแฮงรัฐบาลเพิ่นฟื้นปลุกปั่นอีสานเขียว
เหลือแฮงโขงชีมูลเพิ่นได้โฮมแฮงสร้าง
เชิญเจ้าเมือยามบ้านอีสานเฮาเขียวแล้วบ่
อย่าได้เขียวแต่ความปากเว้าจิตใจเจ้าให้ต่าวเค็ญ
อย่าฟ้าวไลลืมถิ่มพงษ์พันธ์พี่น้องเก่าเฮาเดอ
อย่าฟ้าวละเผ่าเชื้อไปหลงย่องผู้อื่นดี
ให้เฮามาพากันสร้างอีสานเฮาให้เฮืองฮุ่งกันถ่อน
หมู่พ่อลุงอีแม่ป้าเพิ่นคอยถ้าแต่หมู่เฮ่า….

อีสานแห้งแล้งขาดแหว่งบ่สมบูรณ์
ชลธาขาดศูนย์บ่สมดุลย์อีสานแล้ง
เหลือแฮงเฮาคอยถ้าฝนลงมาให้ได้ม่วน
ให้ได้ชวนกันลงกล้านาข้าวหล่ำเขียว
เหลียวขึ้นเบิ่งท้องฟ้าเมฆาเคลื่อนที่
คึ้มพุ้นแล้วคึ้มพี่บ่มีแล้วสิล่วงฝน
คนอีสานทุกข์ยากฮ้ายกายก่ำผอมโซ
เหลียวเบิ่งโตหล่าเหลืองดังใบตองขาดน้ำ
อีสานคำยากฮ้ายมโนในกะแห้งเ+++่ยว
เหลียวเบิ่งท่งบ่มีน้ำทางตาเบ้ากะล่วงไหล
ธรณีขาดน้ำลำคลองกะขาดแหว่ง
เห็นแต่ดินแดง ๆ ระแหงฮ่องน้ำทางหญ้ากะเ+++่ยวเหลือ
หลู่โตนเด่ อีสานคำหมองเศร้าฮีตเก่าประเพณี
มีแต่มื้อเสื่อมถอยฮอยเดิมบ่เหลือเค้า
อีสานเฮาเสียสิ้นฮีตเก่าครองหลัง
อันใด ๆ กะเภท์พังอันแนวหวังกะถอยล้า
หมู่เฮาอยู่ในผืนผ้ากาสาวังหุ้มห่อ
ให้เฮียนสูงท่อฟ้ามหานั้นแม่นหวัง
การศึกษาบ่หยุดยั้นเติมต่อสาขา
มหาจุฬาลงกรณ์บ่อนสร้างปราชญาเจ้า

ฟังเสียงคื่น ๆ ฟ้าเบยเบิกบูรพาพุ้นเดอ
กาลฤดูเดือนหันเปลี่ยนแปลงแลงค้อย
หัวใจลอยคอยถ้าฤดูเดือนพรรษา 45 ฟ้าใหม่
น้ำฝนใส ๆ ตกไหลรินย้อยรุกขาไม้ฮ่มเขียว
คึดฮอดเด่อีสานบ้านฮั่วไฮนาสวน
ต่างเอิ้นหาชวนกันภาวนาสุแลงเซ้า
วัดวาอารามเคยเข้าหลวงพ่อเฮาสำบายดีบ่
หลวงพี่เติมเณรต่อจำพรรษาทางบ้านส่งข่าวบ้างแน่เปียง
เป็นจั่งใดนอยายย่าเฒ่าลุงอาวดำนาไป๋
อีพ่ออีแม่อ้ายน้องอีนางน้อยเป็นจั่งได๋
คิดฮอดอีสานนาเขียวข้าวแต่กี้เก่าคราวหลัง
ยังเคยได้ใส่เบ็ดปูปลากบเขียดน้อย
หิ่ง ๆ แสงหิ่งห้อยเปล่งแสงแข่งจันทร์อยู่กลางท่ง
โอ๊บแอ๊บกบเขียดน้อยโฮฮ้องแข่งฟ้าฝน
ตอนนี้ตนลูกซายหล่าพรรษาใหม่มาเถิง
ภาวนาจำศีลพร่ำเฮียนสุแลงเช้า
ภัตตาหารกับข้าวแนวกินแซบสุอย่าง
อยากให้พ่อแม่อ้ายน้องนั่งวงล้อมฮ่วมภาช์
ตอนนี้ตนลูกซายหล่าอดใจคอยรออยู่
ออกพรรษาพุ้นแล้วค่อยพ้อหน้ายามบ้านให้แม่เห็น
ให้อดใจเย็นรอไว้หัวใจซายคิดฮอดอยู่
หากสิขอต่อสู้ฮ่ำเฮียนขั้นต่อไป
องค์สมภารยาครูไท้เพิ่นกะเอาใจซ่อย
สมุดปากกาบ่ได้ปล่อยซ่อยเฮาอยู่เรื่อยขอได้ดั่งประสง ค์
ฮู้อยู่พ่อแม่ค่อยถ้าหากสิเอามหากลับฝากต้อนพ่อแม่
ให้อดใจคอยรอไว้บ่นานซ้าสิต่าวคืน ฯ

หน้าที่บุตร

เป็นจั่งใดเด่หนอ บัดเจ้าฟังจบแล้วมีแนวใดจำได้บ่
ขอสรุปส่งท้ายคติข้อฮิ่นตรอง
ขอให้พวกพี่น้องตระหนักเรื่องคุณโณแน่เดอ
ของบิดามารดาผู้เพิ่นคอยถนอมเลี้ยง
ลูกนั้นคือสายโซ่สายสัมพันธ์ผูกจ่องจริงแล่ว
ใจพ่อแม่แพร่กว้าง+++ลเกื้อฮักเสมอ
แม่นว่าลูกขี้ฮ้ายเกินลื่นคำสอน
เพิ่นกะยังสงสารเมตตาซูค้ำ
ควรที่บุตรธิดาฮู้หวนตามตรองอ่าน
อกของพ่อแม่นั้นไผซิก้ำเกิ่งเพียง
ทุกทีบท่านฮู้ฮ่อมตามขบวน
ควรที่บุตรธิดาคิดตอบพระคุณเหนือเกล้า
กตัญญูตั้งเพียรแพงฮักฮ่อ
เอาเด้อ อันว่าพ่อแม่นั้นหากมีแท้ผู้เดียว
พ่อจากแล้วกะเหลือแม่ให้เพียรแพง
โสเพิ่นหนีเฮาไปอีกคนกะเหมิดสิ้น
สิหาไผแทนไว้คือสองเทพท่าน
หาไผแทนทดไว้คือไท้พ่อแม่เฮา
พ่อฮักแม่ฮัก พ่อเสี่ยวแม่เสียวนั้นเล่าจักสิอุ่นพอปานใด๋
ขอให้บุตรธิดาคิดใตร่ตรองตามเบื้อง
ตอนนี้ฟังคติข้อบุตรธิดาสนองตอบ
มีหน้าที่อยู่ห้าข้อ ควรโต้ตอบคุณ
ข้อที่หนึ่ง เลี้ยงพ่อแม่ท่านเพียรพรากอุปถัมภ์
ข้องที่สอง ทำการงานซ่อยการ+++ลเกื้อ
เพิ่นนั้นกายชราแล้วงานหนักอย่าให้ก่อ
ให้สองพ่อแม่เจ้าหันเข้าวัดวา
ข้อที่สามโอวาทเพิ่นนั้นอย่าสุลื่นเกเร
อย่าสิเพพังวงศ์ให้เสื่อมเสียตระ+++ลท่าน
ข้อที่สี่ ประพฤติตนตรงตั้งให้สมควรรับมรดก
เพิ่นสิให้ฮักษาไว้ดันตั้งเที่ยงตรง
ข้อที่ห้า เพิ่นอ่วยโค้งถึงที่มรณา
ให้เจ้าอุทิศหาให้ทานยอน้อม
ขอสังฮอมไว้แต่เพียงนี้ สำบายดีคู่สุท่าน
อายุ วรรณะสุขะพละขอให้มีแก่ท่าน
ภัยต้องให้ห่างหาย ฯ

ธรมมะอีสาน บุญบาป

ธรรมะสูงล้ำให้ทำแน่ทางดี
จารึกมีในใจใฝ่แสวงหาไว้
สุขังมีมาได้กะย้อนใจพร้อมพร่ำ
สตินำสู่ให้เป็นได้ดั่งจา
ผู่ใด๋ใจแก่กล้าอยากลาห่างหนีกรรม
ประพฤติธรรมทางดีสิหลีกหนีกรรมฮ้อน
ย่อมอยู่สุขาข่อนอายุไขในโลก
เป็นสุขหายโสกฮ้อนคือด้ามดังจา

เพิ่นว่าบุญบาปนี้เป็นคู่คือเงา
เงาสิตามเฮาไปซุยามบ่มีเว้น
แม่นเฮาสิพามันเล่นพามันเต้นแล่น
พามันแอะแอ่นฟ้อนเงานั้นกะแอ่นตาม
ยามเฮายกย่างย้ายย้ายย่างไปมา
ยามเฮาเอนหลังนอนกะอ่อนเอนนำด้วย
คันวาเฮาลงห้วยภูผาหลายหลั่น
ขึ้นต้นไม้ผาล้านด่านเขา
เงากะติตตามเกี้ยวเกาะเกี่ยวพันธนัง
บ่ได้มียามเหินห่างกันไปได้
ฉันใดแท้คือบุญกับบาป
มันหากติดต่อก้นตามส้นบ่เซา
บ่ได้คละคลาดฮ้างเหินห่างไปไกล
ใผผู้ทำปาปัง บาปเวรสินำต้อง
ใผผู้ทำการสร้างศีลทานเป็นประโยชน์
อันว่าโทษท่อก้อยบ่มีพ้อพบเห็น
อันนี้ขอกล่างเว้เอาแต่บ่อนตาเห็น
บ่ได้เอาตาเสืออยู่ดงมาเว้า
เอาแต่คลองคนแท้คลองผีบ่ได้ว่า
บ่ได้เอานอกฟ้ามาเว้าให้ป่วยการ

พี่น้องเอย สุคนสุกินข้าว ภาษาสั่งมาต่างแท้นอ
สุคนสุอาบน้ำ สั่งมาเกลี้ยงลื่นกัน

ฮีต 12 ครอง 14 เดี่ยวไปหาเพิ่มเองนะ


ตกฤดูเดือนอ้าย สายลมมาหนาวหน่วง
เดือนนี้ตกว่างช่วงสังโฆเจ้าเพิ่นเข้ากรรม
เฮามาพากันค้ำทำบุญตักบาตร
ปริวาสซ่อยยู้ซูค้ำศาสนา

ฮอดเดือนสองอย่าวฟ้าวซ้าข้าวใหม่ปลามัน
ให้เฮามาโฮมกันแต่งบุญประทายข้าว
เชิญเจ้ามาโฮมเต้าอย่าพากันขี้ถี่
บุญคุณลานตั้งแต่กี้ พากันให้ฮักษา

ฮอดเดือนสามท้องฟ้าปลอดโปร่งสดใส่
ไปทางใด๋เห็นแต่คนใจบุญซะแซวเป็นคุ้ม
เหลียวเห็นซุมสาวน้อยพากันปั้นข้าวกี่
เฮือนละสี่ ห้า ปั้นพอได้เข้าใส่บุญ
พ่องกะบีบข้าวปุ้นตกแต่งอาหาร
มีเทิงหวานและคาวหนุ่มสาวมาโฮมต้อม
ให้คอยซอมไปทางหน้าเดือนสิมาเป็นเดือนสี่
หลังจากบุญข้าวกี่สิมีบุญพระเวสเจ้าเฮาสิได้แต่งทาน
ขวางเขตบ้านย่านถิ่นดินอีสาน
สุขสำราญเหลือหลายม่วนมิ่งกะเลยต้อน
ตกหว่างตอนคนตั้งใจฟังวอนวี่
ตอนกัณหาชาลีสิพากพ่อแม่แก้วคนสิให้นั่งฟัง
มีเพียงปีละครั้งให้เฮาซ่อยกันสาน
จัดเป็นงานประเพณีให้คนรุ่นหลังฮู้

ตกฤดูเดือนห้า สายลมบ่มาผ่าน
เห็นแต่ดอกจานบานแย้มเต็มทั่วท่งนา
เดือนนี้บ่ได้ช้าปีใหม่มาเถิง
ให้พากันทำบุญปล่อยปลาลงน้ำ
เต่าสิถามหาบุ้นคนบุญสิมาปล่อย
นกสิงอยง่ายไม้คอยถ้าตั้งแต่ฝน
เดือนนี้ม่วนจ้น ๆ คนกะหลั่งมาหลาย
เอาพระทรายมากองก่อเป็นเจดีย์ไว้
ฮอดเดือนหาเสียงฟ้าไขบอกข่าวทางคน
มีแต่ฝนกับลมส่งเสียงกึกก้อง
สายตามองเห็นแล้วในใจกะให้ม่วน
ส่วนว่าเขียดอีโม้ลำเกี้ยวใส่ผู้สาว
เห็นปลาข่าวปลาซิวปลานิลปลากะเดิด
แล่นหยอกล้อกันเล่นเหลือหลาย
เดือนนี้เหมิดโทษฮ้ายบ่มีเรื่องเลิงหลง
อัศดงดวงอาทิตย์ค่ำลงปลายไม้
เห็นแต่สิใส่เน้นวันเพ็ญสิบห้าค่ำ
วิสาขะเลิศล้ำชาวบ้านบ่อยู่เสย
ไผกะยิ้มเป้ย ๆ ลงวัดเวียนเทียน
ได้เวียนมาเถิงนพคุณคลองเค้า

เดือนเจ็ดเผ่าความฮ้ายอันตรายบ่มาผ่าน
นิมนต์พระขึ้นบ้านเล็งเป้าเข้าสู่ธรรม
บุญสิมาซ่อยค้ำซูส่งราศรี
บารมีผลทานสิไล่มารเลยพ้น
ตั้งแต่คนเฮาได้เคยได้ยินแต่ปางก่อน
บุญชำระสละความเดือดฮ้อนเมืองบ้านสิซุมเย็น
จันทร์เพ็ญแจ้งทอแสงใสสง่า

เดือนแปดมาฮอดแล้วสิแววขึ้นลึ่นหลัง
เดือนนี้สงฆ์เพิ่นยั้งเข้าอยู่จำพรรษา
ภาวนาอบรมข่มใจสุแลงเช้า
เฮามาพากันเข้าทำบุญพร้อมพร่ำ
ถวายผ้าอาบน้ำให้ยาท่านเพิ่นใช้สอย

เดือนแปดคล้อยเห็นลมทั่งใบเสี่ยว
เหลือวเห็นฝูงปลาขาวแล่นมาโฮมต้อม
กบเพิ่นนอนคอยถ้าฝนลงมาสิได้ม่วน
ลงเล่นน้ำโซะซะซัวแซว

เดือนเก้ามาฮอดแล้วบ้านป่าขาดอน
เห็นนกเขางอยคอนส่งเสียงหาซู้
เถิงฤดูเดือนเก้าอีสานเฮาท้องถิ่น
เคยได้ยินประดับดินทานฮอดทอดถวาย
พ้นจากมารหยาบฮ้ายพากันอยู่เป็นสุข
โพยภัยทุกข์อย่าผ่านผายมาใกล้
มีแต่สดใสจ้น ๆ คนจนแสนม่วน
ต่างกะชวนพี่น้องลงโต้งแต่งทาน
ขวางเขตบ้านย้านป่านาหวาย

เถิงเดือนสิบสิก่นมันมาต้ม
พ่องกะงมกอข้าวหาเทากำลังอ่อน
พ่องกะคนต่าน้อยลงห้วยฮ่องนา
เดือนนี้บ่ได้ช้าพากันแต่งทานถง
ข้าวสากลงไปวัดให้หมู่สังโฆเจ้า
มีลาบเทาพร้อมหมกดักแด้ของดีคั่วกุดกี่
ซุบบักมี้กะมาพร้อมพร่ำกัน

เดือนสิบเอ็ดว่านั้นหัวลมอ่วยโซยหนาวสาแล้ว
ส่วนผู้สาวสิขาลายผู้ชายสิขาเกลี้ยง
ได้ยินเสียงลมต้องปลายสำสาอยู่เวิ่นๆ
หมาจอกเอิ้นสั่งซู้กะปูหม่นเข้าฝั่งหนอง
นกแจนแวนออกฮ้องหาคู่ผสมพันธ์
ความบักเทิกตกมันแล่ต่ำแต่ต่อพร้าว
ฝูงปลาขาวลงโฮมต้อนผู้สาวนอนขึ้ค้านตื่น
ปลาดุกบื่นค่อนสิแจ้งหันหน้าเข้าใส่หลุม
ฟังเสียงฟ้าฮ้องตุ้มเอิ้นสั่งฤดูฝน
ฝูงหมู่คนลงเลาะไฮ่นาปลาข่อน
เดิกออนซอนจันทร์ใสแจ้งทอแสงใสสง่า
ออกพรรษาห่อข้าวต้มลมล่อแต่หมู่ปลา
บัดนี้แล้ววัดสิเป็นกำพร้าบ่มีพระสิมานอน
มาออนซอนแต่ทายกไล่แต่งัวเข้ามาเลี้ยง
ได้ยินเสียงกลองโย้นวันเพ็ญสิบห้าค่ำ
พระสิลาแม่ออกค้ำไตรมาสสิสั่งลา

เหลียวขึ้นเบิ่งท้องฟ้าเห็นแต่บ่าวเดือนสิบสอง
ลมคะนองโชยพัดง่ายมกะเลยมั่น
พอสมควรหาผ้ากฐินทานมาทอด
ตลอดเดือนหนึ่งพุ้นหาได้ดั่งประสงค์
หลวงปู่คงไปหาผ้าหลวงตาดีหาน้ำคั่ง
หลวงปู่สอนนั่นซ้นด้ายหัวซ้ายเข้าใส่กัน
พอแต่ว่างวันโลกมันเปลี่ยนเวียนวัน
ปัจจุบันโยมกะเลยเฮ็อแห่แหนเวียนตั้ง
ต่างกะหวังเต็มที่เอาความดีบ่ดูหมิ่น
บุญกฐินซ่อยค้ำทานทอดให้หมู่สงฆ์
ถ่วมหรือแล้งขาดแหว่งบ่สมบูรณ์
ประเพณีทำบุญพ่อแม่เฮาบ่เคยถิ่ม
เอาความดีเป็นลิ่มสลักใจไว้คงถี่
สามัคคียึดไว้อย่าไลถิ่นฮีดคลอง
ทุกข์ยากฮ้ายเฮาฮักแม่นนามคน
แม่สิรวยหรือจนให้พิ่งพากันไว้
คือจั่งเฮือคาแก้งเกวียนเห็นเกวียนได้แก่
คันแม่ไปฮอดน้ำเฮือสิได้แก่เกวียน ฮั่นเด๋ ฯ